| Profil de (๐")๐ :: B€AM :...(๐")๐ :: B€AM :: c("c)PhotosBlogRéseau | Aide |
(๐")๐ :: B€AM :: c("c) |
|||||||
23 août ทำความสะอาด spaces ในรอบ หกเดือนหกเดือนกว่าที่ไม่ได้เข้ามาอัพ spaces . . . . หยากไย่ขึ้นแล้วขึ้นอีก . . . เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันแฮะ
เมื่อวานไม่รู้ว่าตัวเองครึ้มอกครึ้มใจอะไร ก็เลยได้กดเข้ามา spaces นี้อีกครั้ง แล้วก็ไปขุดอ่านพวก blog เก่าๆ ที่ผมเคยอัพเอาไว้ >..<" รู้สึกประหลาดใจเหมือนกันว่าทำไมเมื่อก่อนที่ผ่านมา . . ชีวิตผมมีเรื่องอะไรให้อัพได้ยาวขนาดนั้น ทำให้คิดว่าชีวิตในช่วงวัยเรียน มันมีอะไรที่น่าสนุกกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนมากๆ อ่านๆไป แล้วก็คิดถึงเพื่อนๆแฮะ ชีวิตของมนุษย์เงินเดือน ดำเนินมาได้ประมาณ 1ปี กับ 3เดือน
ยังทำงานอยู่กับบริษัทเดิม `avalant` ก็เป็นบริษัทประเภท software house นั่นแหละ ตั้งอยู่แถวๆสาทรเหนือ ไม่ไกลจากสวนลุมพินีเท่าไหร่นัก (ช่วงนั้นหลังเลิกงานเดินกลับบ้านทีไรก็ต้องมองชิงช้าที่สวนลุมไนท์ทุกที.........สวยอ่ะ แล้วก็อยากนั่งด้วย ความรู้สึกอย่างกะหมาเห่าเครื่องบิน! แหงนหน้ามองอยู่นั่น - -" เง้อ อะไรจากขนาดนั้น >..<" ก็อยากนั่งนี่นา แต่ไม่อยากไปคนเดียวเว่ยยยย) ชื่อเสียงอาจจะไม่ค่อยดังเท่าไหร่เพราะว่าเปิดมาได้ประมาณ 3ปีหล่ะมั้ง แต่ว่าพอเข้าไปทำงานก็รู้สึกว่าบริษัทนี้เค้ารับทำโปรเจคให้กับลูกค้าใหญ่ๆเหมือนกัน ผมคิดว่าบางทีงานที่ได้รับมอบหมายมันก็หนักอยู่เหมือนกันในบางช่วงเวลา (เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนไฟแรงที่อยากจะหาประสบการณ์ในการทำงาน) แต่ บรรยากาศของผู้ร่วมงาน หรือพี่ๆในทีมก็เป็นกันเองมากๆ ซึ่งคิดว่า...ที่บริษัทอื่นคงยากที่จะมีแบบนี้ ส่วนตำแหน่งก็ยังคงเป็น developer ต๊อกต๋อย อยู่เหมือนเดิม - -" ตอนนี้ ผมก็ได้ร่วมงานเป็นโปรเจคที่ 3แล้ว โปรเจคนี้ต้องมา on site ลูกค้าที่ True Tower ทำโปรเจคที่ชื่อว่า True Convergent Customer Care (ทำให้ในตอนนี้เวลาที่เห็นคำว่า convergent ในโฆษณาหรือโปสเตอร์ของ true ก็เอียนๆเหมือนกัน - -") ก็นะ....อยู่มาได้จะ 5เดือนแล้วมั้ง เป็นโปรเจคที่ผมคิดว่าใช้เทคโนโลยีหรือวิธีการเขียนโปรแกรม ที่ hitech สำหรับในไทยอยู่เหมือนกัน ก็คือ AJAX กับ Portal วันนี้ 22 สิงหาคม 2550 ทาง true ให้พนักงานในทีมโปรเจค ไปถ่ายรูปเพื่อจะติดบัตร . . . . สาดดดดดดด นี่กะว่าจะให้เป็นพนักงานของ true เลยชิมิ? >..<" ตั้งแต่ช่วงต้นปีมาแล้ว. . . ที่คิดว่าตัวผมเองไม่มีแรงบันดาลใจในการทำงาน เฮ่อออ
ทำให้คิดจะลาออกอยู่บ่อยครั้ง (คิดเข้าไป เอาแต่คิดนั่นแหละ เลยยังนั่งอยู่นี่ไง) เบื่อเว่ย เหนื่อยเว่ย อยากได้ inspiration ในการทำงานอีก (แต่ช่วงนี้อาการก็ดีขึ้นนะ ทำงานได้เรื่อยๆ) เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาพี่เบนซ์ (พี่ที่เคยร่วมงานกันในโปรเจคเก่าของ CAT Telecom) แวะเข้ามาที่ true แล้วก็ทักทายผมอย่างสดใสอีกเหมือนเคย แปลกดี เพราะว่าวันนั้นทำให้ผมมีความรู้สึกว่าอยากทำงาน หมายถึง..ความรู้สึกสนุกหรือกระตือรือร้นในการทำงานของผมมันกลับมาอีกครั้ง ผมคิดว่าพี่คนนี้เขาเป็นคนที่อารมณ์ดีมากๆ น้อยครั้งที่ผมจะเห็นเค้าอารมณ์เสีย หรือ`นอย` (ถ้าทุกคนมีบุคลิคแบบนี้ ผมว่าการทำงานที่เครียดๆ ก็อาจจะช่วยให้มัน soft ลงได้บ้าง ไม่มากก็น้อย) ส่วนอีกอย่างก็คือ....พี่เขาเก่งในงานด้านนี้อย่างมาก พอให้ช่วยดู coding ที่ผมแก้ไม่ได้ พี่แกมาดูสักพัก ก็ร้อง อ๋ออออ เสียแล้ว อะไรกันค้าบหัวแล่นขนาดนั้น @_@ (code ตอนนั้นที่ต้อง dev เป็น code ที่รับช่วงต่อมาจากพี่อีกคนที่ลาออกไปแล้ว - -") ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ของเขาทำให้ผมนับถือเขาไม่ใช่น้อย ^ ^ อ่อ เกือบลืมพี่อีกคนที่ผมเคยร่วมงานกันในโปรเจคแรก ของ AIS (mobile life) ชื่อว่าพี่สน ผมคิดว่าเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เข้าขั้นเซียนหรือ|nwอีกคนที่อยู่ในบริษัทนี้ แต่ว่าที่น่าตกใจก็คือเขาอยู่ในตำแหน่ง developer >.<" พอจะลาออก ทางบริษัท ก็ต้องจ้างเป็นรายวันเลยซะงั้น...............โฮ................ คนมีฝีมือก็เงี้ยแหละ ขอบคุณที่ทำให้ความรู้สึกดีๆในการทำงานของผมกลับมา . . . . ช่วงที่ผมทำงานอยู่ในโปรเจค CAT ก็เริ่มขุดกรุเพลงเก่าขึ้นมาฟังอีกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทยสมัย แจ้ ดนุพล, pink panter, สาว สาว สาว, hot pepper หรือแม้กระทั่ง สุนทราภรณ์ เพลงจีน สมัย เต้งลี่จวิน เพลงสากลยุค 60, 70 ฟังเมื่อไหร่ก็ชอบ classic มากๆ ^ ^ (คงเป็นเพราะเพื่อนไกด์หล่ะมั้งที่เปิดเพลงใจรัก ของ สุชาติ ชวางกูร ให้ฟัง) อาทิตย์ก่อนบังเอิญไปเจอเพลง only love ของ treadmark อื่มมม เพราะดีเหมือนกัน พอเมื่อวานดูตีสิบ ก็ได้ยินคนเอามาร้องซะงั้น (เมื่อก่อนฟังเพลงแล้วจำชื่อเพลงไม่ค่อยได้ แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้วเพราะว่ามีคนช่วยบอกนี่เอง) -----------------------------------------------------------------------------------------------
สิ่งต่างๆที่ผ่านมาในปีนี้ของชีวิตผม ทำให้ผมรับรู้ได้ว่า `โลกของเรามันกว้าง`จริงๆ
อาจบางที ที่ผมมัวแต่จมอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง ทำให้ไม่ได้รับรู้ หรือเห็นอะไรหลายๆอย่าง เมื่อวานได้ประโยคที่น่าคิด มาจากคนคนนึง เค้าบอกว่า
u're a grown up, act like a grown up!!! อย่างไรถึงจะเรียกว่า grown up นะ... ก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าโตในทางความคิด ผมจะเป็นยังไงต่อไป >..<" ถ้าหาก grown up จริงๆก็อยากจะขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่บ้างแล้วกัน..โนะ -----------------------------------------------------------------------------------------------
short note:
- It's rain again so boring - banana planet! so good - It's me so such so say ! in da arm of the angel, where you find some comfort here
16 février สองเราสองเรา - เธอ = ฉัน
ในยามที่สองเรา ห่างไกลกันเหลือเกิน
ฉันนั้นก็เข้าใจ ว่าเธอนั้นคิดอย่างไร
ก็ใจฉันนั้นรู้ ว่าเธอคิดเหมือนกัน
เพราะสองเราไม่เคยห่าง อาจคงจะไม่นาน
อยากให้เธอรู้ ว่าใจฉันใกล้เธอ
และคิดถึงเธอทุกเวลา
หากเธอเหงาอ้างว้างและเดียวดาย
ฉันจะเป็นทุกอย่างใกล้ๆเธอ
จะเป็นท้องฟ้าที่กอดเธอไว้
ดวงดาวทุกดวง คือฉันที่เฝ้าดู
เสียงลมที่พัด คือเพลงที่ฉัน
ร้องไปให้เพื่อเธอ
อยากให้เธอรู้สึกดีเมื่อเหงาใจ
------------------------------------------------------- 11 décembre a ba ni biก่อนอื่น ขอขอบคุณทุกๆ comment ที่แวะเวียนเข้ามานะครับ
เด๋วข้าพเจ้าจะไปเยี่ยมเยียนบ้าง แต่ com ที่บ้านมันช้าๆก็เลยไม่ได้ไป ment สักที
------->เมื่อวันเสาร์มีโอกาสได้เข้าไป ม อีกครั้ง ได้เจอคนรู้จักมากหน้าหลายตาพอสมควร
คนแรกก็"เขตต์"เจออยู่หน้า ม ก็รับอาสาฝากของไว้ไปส่งให้กับแก๊ปอีกที
(ชีวิตมรึงอยู่ในมือกรูแล้ว 555+)
เดินเข้าไปถึงสระมรกต ก็เจอ...........เจอคนที่คาดไม่ถึง
ก็คือพี่ที่เข้าใหม่ในบริษัท "พี่ทิพย์" เมื่อวันศุกร์ก็พึ่งได้ยินมาว่าอยู่คณะเดียวกัน
แต่แก่กว่า 2ปี....คิดในใจ ทำไมไม่เคยเห็นฟระ แล้วก็ได้เจอต่อหน้าต่อตาเลย
สงสัยจะเรียนต่อปริญญาโท (ไม่ได้ทักเพราะเหมือนเค้าจะไม่เห็น หรือจำไม่ได้ -*-)
เดินไปจะเข้าห้องน้ำที่ CB2 เจอเพื่อนเก่าสมัยอยู่ รร.วัดสุทธิวราราม ชื่อ "โอฬาร"
คุยๆไปก็รู้ว่าเป็น TA ด้วย แล้วก็เรียน ป.โท ต่อด้วย อ่านะ ช่างเก่งและขยันอะไรอย่างนี้
เดินไปหาน้ำกิน...ซื้อน้ำปั่นดีฟ่า ก็เจอเจ้าของร้านน้ำปั่น ชื่อ"หนุ่ม" เรียกเค้าว่าพี่หนุ่ม
เอ่ะ จำเราได้ด้วยแฮะ ไม่น่าเชื่อ ก็ได้พูดคุยกันนิดหน่อยแล้วก็ไปส่งหนังสือ
ให้ของเสร็จแล้วก็ออกไปหน้า ม. รอรถ.........นั่งรอนานพอสมควรเหลือบไปทางซ้าย
อ่าว "น้องนุช" นี่ แต่ไม่ได้คุยอะไร เพราะไม่รู้จะชวนคุยอะไร -*- สาย 21 มา
น้องเค้าเดินมาขึ้นแล้วก็ยิ้มให้พร้อมบายบาย ^^ นึกว่าจะจำกันบ่ได้ (บ้ายบายคร้าบ)
(ที่จริงตอนอยู่ป้ายรถเมล์ ก็เจอน้องอีก 2คน แต่.......แต่จำชื่อไม่ได้ก็เลยไม่ได้ทักอ่ะนะ O_o)
------->ย้ายไปทำงานที่ site (CAT Telecom) ก็อยู่แถวๆสุรวงศ์,สี่พระยา
แต่ผมชอบเรียกว่าบางรักมากกว่า ก็นะฟังดูแล้วมันอบอุ่นดีนี่............บางรัก
(แล้วอีกอย่างตึกก็อยู่ข้างหลังไปรษณีย์กลางบางรักนี่นา ^^)
อีกอย่างรู้สึกว่าจะเดินทางไปไหนต่อไหนได้สะดวกมากกว่า เพราะไม่ต้องเจอไฟแดงตรงสาทร
ตอนนี้ก็แก้ defect program อยู่ แล้วก็คงจะต้องทำ content ของ web ใหม่.....เฮ้อ
(ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเก่งอะไรเลย แล้วแบบนี้จะไปรอดได้อีกเท่าไหร่นะ)
อยากได้เงินมากกว่านี้....................................................ต้องขยันกว่านี้ให้ได้?ดิ
------->พูดถึงบางรัก ไม่รู้ รู้สึกถูกชะตาอะไรกับคำนี้อย่างบอกไม่ถูก หรือว่าตอนพ่อผมเด็กๆก็อยู่บางรัก
(แล้วมันเกี่ยวกันยังไงเนอะ) ก็ไม่รู้เหมือนกัน ชอบอ่ะ มีของกินขายเยอะแยะ มีห้างให้เดิน
มีรถไฟฟ้าให้เดินทาง มีท่าเรือข้ามฝากให้นั่งปล่อยอารมณ์ริมน้ำ มีโบสถ์ที่ให้เข้าไปหาความสงบได้
พูดถึงความชอบอีกอย่างก็ ชอบมองท้องฟ้า ไม่ว่าจะกลางวัน หรือกลางคืน
กลางวันฟ้าใสก็มอง มีเมฆเป็นก้อนๆก็มอง กลางคืนมีดาวสักดวงให้มองก็มอง
มีพระจันทร์จะเต็มดวงหรือไม่เต็มดวงก็มอง ไม่รู้สิทำไมต้องมอง.....ก็มันรู้สึกอบอุ่นมั้ง
แต่บางทีมันก็เหงาๆดีนะ อืม หลายๆความรู้สึกตามช่วงเวลาและบรรยากาศแหละ
(เราอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน หวังว่าเรามองดาวดวงนั้นอยู่พร้อมกัน?)
------->วันนี้คุยกับพี่ชายคนที่2 อยู่ในช่วงงาน fotofair บอกว่า D40 ราคา25000
พร้อมเลนส์คิท อ่านะไหนตอนนั้นมาบอกว่าดีแค่40 หุหุ ก็อยากซื้อนะแต่รอก่อนดีกว่า
อาจมีรุ่นอื่นที่น่าสนใจอีก? ไม่รู้สิ ยังไม่ถึงเวลา ^^ แล้วก็มีงานแสดงภาพแนวโลโม่อีก จัดแสดง..
ณ ชั้น 3 The Style by Toyota, สยามสแควร์ แสดงถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2549
ช่วงเวลาที่เข้าชมได้ก็คือ 10.00 น. – 21.00 น.ลองไปชมกันแล้วกัน สำหรับคอโลโม่
คุยๆกับพี่ไปก็เหมือนมีไอเดียว่าจะทำเวปกัน..ที่จริงผมก็คิดมานานแล้วหล่ะเพราะอยากหารายได้เพิ่ม ก็ว่าจะคุยกับพี่มานานละ แต่ไม่มีโอกาส มาวันนี้พี่ชายกลับเป็นคนมาพูดเอง อิอิ ใจตรงกันดี
เอาหล่ะมีทีมแล้ว ทีนี้ก็คงเหลือแต่ฝีมือและความขยันหล่ะมั้ง? สู้ๆเว้ย
ปล. ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ homealone ....แต่ก็ยังดีกว่า homeless หล่ะมั้ง T-T
โกโก้ปั่น ลาซานญ่า ทับทิมกรอบ
20 novembre feelingสวัสดี my bolg และ ทุกๆคนที่เคยติดตามอ่าน bolg ของผม
ไม่ได้เข้ามาเขียนเรื่องตั้งนาน ประมาณ 2เดือนได้แล้วหล่ะมั้ง
เรื่องราวมากมาย ความรู้สึกหลากหลาย . . . ผ่านเข้ามา
บางสิ่งอยากจะพูด บางสิ่งที่อยากจะทำ . . . ผ่านเลยไป
---->เรื่องแรกคงเป็นเรื่องที่น่ายินดีของคุณพ่อ,คุณแม่ผม (หรือเปล่า?)
ก็เมื่อวันที่ 14ที่ผ่านมานี้เอง ผมได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร
จากสมเด็จพระเทพฯ ที่ไบเทคบางนา
โดยส่วนตัวก็รู้สึกดีใจนะ ดีใจที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่าน
เพราะว่ารู้สึกเลื่อมใส นับถือ ชมชอบ สมเด็จพระเทพฯมากมาย
วันนั้นมีโอกาสที่ผม ได้ยินน้ำเสียงของพระองค์ท่านแม้นจะไม่มากมายเท่าไหร่
แต่ฟังดูจากน้ำเสียงแล้ว ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าท่านเป็นบุคคลที่ สุขุม สง่างาม และ น่าเคารพอย่างมาก
งานนี้รวมย้อนไปถึงวันซ้อมรับที่ ม.
ก็ได้พี่ชายกับพี่สะใภ้มาเป็นช่างภาพส่วนตัว ^^ ขอบคุณครับ
....พยายามแล้ว รูปที่ถ่ายกับเพื่อนคงถ่ายมาได้เท่านี้แหละ
ขอบคุณทุกคนอีกครั้งที่มาถ่ายรูปและร่วมยินดีกัน congratulation
---->ชีวิตบางส่วนที่ขาดหายไป(อีกแล้ว)
nikon cool pix4500 ที่ได้มาจากพี่ชาย มันเหมือนเป็นกล้องตัวแรกของผม
ยามที่รู้สึกเหงา เบื่อ ไม่มีอะไรทำ ก็หยิบเจ้าเพื่อนตัวนี้แหละ มาถ่ายรูปเล่น
สวยบ้าง ไม่สวยบ้าง(ส่วนใหญ่ก็ไม่สวยอ่ะนะ) แต่ก็มีความสุขที่ได้กดชัตเตอร์
มันน่าสนใจและดีใจนะ ที่เราสามารถเก็บอะไรแปลกๆหรือความทรงจำที่ผ่านมาแล้วได้
เวลาที่ยังใช้การได้ก็รู้สึกดีนะที่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน
พอเวลาที่ใช้การไม่ได้นี่แหละทำให้ตัวเองรู้สึกได้ว่าผมชอบถ่ายรูปจากเพื่อนตัวนี้ขนาดไหน
มันเหมือนอย่างที่บอกเอาไว้ว่า เหมือนชีวิตของผมได้ขาดหายไปส่วนนึงเลยหล่ะ
เพิ่งเริ่มรู้สึกชินและเข้ากันได้กับเพื่อนตัวนี้ก็เมื่อ....
ทริปสุดท้ายที่ไปเดินงานเปิดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมคนเดียวนี่แหละ
ขอบคุณที่เป็นเพื่อนอยู่เคียงข้างผมเวลาที่ผมรู้สึกไม่มีใครและเบื่อหน่าย
ที่จริงมันก็ไม่ได้ถึงกับขนาดว่าจะใช้การไม่ได้ สิ่งที่เสียไปก็คือปุ่มซูมเข้านั่นเอง
มันคล้ายๆกับว่าปุ่มมันหายไป(กดแล้วคงไม่มีสปริง) ทำให้ไม่สามารถซูมได้
ยากนะที่จะโฟกัสโดยใช้ระยะเพียงระยะเดียว กำหนดขอบเขตของภาพโดยการยืนอยู่กับที่ไม่ได้
หรือว่าที่จริงแล้วผมขี้เกียจที่จะไปเดินเล่นกับเพื่อนตัวนี้ของผมเองกันแน่
---->เริ่มจะมีสิ่งที่อยากได้อีกแล้ว
อย่างแรกก็คงเป็นกล้องตัวใหม่ จะเป็น compact หรือ SLR ดีนะ
หรือเจ้าเพื่อนยากตัวเดิมที่จะเอาไปซ่อมที่ศูนย์ niks ดีหล่ะ
ยังตัดสินใจไม่ได้.....
ได้เครื่องคอมประจำตำแหน่ง(ไม่รู้จะเรียกว่ายังไง เลยเอาเป็นเครื่องประจำตำแหน่ง..เหมือนจะหรูเนอะ)
ที่บริษัทมาใหม่ เพราะว่าเครื่องเก่า HD เดี้ยง(bad sector เยอะ)
ก็เป็น desktop เหมือนเดิม แต่ HD มาแบบโล่งๆเสียดายความจุน้อยไปหน่อย พร้อมกับ ram 2G
แล้วก็หาโปรแกรมที่จำเป็นต่อภาระหน้าที่และที่อยากจะใช้เอามาลง ^^
เปิด RADของIBM พร้อมกับ DREAM, PhotoShopCS2 เครื่องก็ยังพริ้ว
(เกรงใจอ่ะนะ ไม่งั้นก็คงลง DotAไปละ หุหุ) อยากยกเคสกลับไปที่บ้านจริงๆให้ตายเถอะ
เพราะเหมือนว่าเครื่องที่บ้านจะถึงเวลาของมันซะแล้ว...
แต่ว่าขอหยุดสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อน เพราะยัง....ยัง....ไม่ถึงเวลานะ
---->เมื่อคืนวันเสาร์หรือเช้าวันอาทิตย์
ถ้าเลยเที่ยงคืนมาแล้วนับเป็นวันใหม่ ก็พูดได้ว่าเมื่อเช้าวันอาทิตย์
ได้มีโอกาสมองดาวตกอีกครั้งในชีวิต เห็นทั้งหมด 5ดวง
แต่ไม่รู้นะว่าจะเป็นดาวตกจริงๆสักกี่ดวง เพราะอาจจะเป็นไฟเครื่องบินตอนกลางคืนก็มี
ที่แน่ๆชัวร์ๆได้เห็น2ดวงหล่ะ เพราะความรู้สึกนั้นใช่เลย ^^
เค้าว่ากันว่าขณะที่เห็นดาวตกให้รีบอธิฐานถ้าทันก่อนที่มันจะลับตาไป
คำอธิฐานนั้นก็จะเป็นจริง? แล้วคุณหล่ะอธิฐานกันทันไหม
ส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยแน่ใจแต่ก็อธิฐานไปเท่าที่จะสามารถน่ะแหละ....ขอให้เป็นจริง!
ผมชอบมองท้องฟ้านะไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน อ่อลืมบอกไปว่า
ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาในกรุงเทพเห็นดาวชัดสวยกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะเวลา
ตี2, ตี3 ถ้านอนไม่หลับผมก็เดินออกไปดูดาวชมพระจันทร์นี่หล่ะ
บางทีก็รู้สึกสดชื่น สบายใจที่ได้มอง แต่บางทีมันก็ทำให้รู้สึกว่าเหงาจับใจเลยหล่ะ
ทำไมถึงเป็นอย่างนี้นะ.......................
..........................ท้องฟ้า จงแจ่มใส..........................
---->มีที่ที่อยากไปเที่ยวมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นในกรุงหรือนอกกรุง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารบ้านๆหรือหรูหรา
โรงหนังจะเล็กจะใหญ่ก็อยากไป ขอแค่เพื่อนร่วมทาง ขอแค่คนสำคัญของเรา
............ได้ไหม?
ที่ทำงานผมอยู่สาทรเหนือเลยไปหน่อยก็ถึงสวนลุมแล้วหล่ะ
เวลากลับบ้าน ในระหว่างทางมีสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมองอีกเช่นกัน ให้ทายว่ามันเป็นอะไร???
คำตอบคือ ชิงช้าครับ ชิงช้าที่สวนลุมไนท์ สวยดีได้เห็นทุกวันหลังจากเลิกงาน
อยากจะลองขึ้นไปสักครั้งจะเป็นยังไงบ้างนะ แต่บางทีมองไปก็ทำให้รู้สึกเหงาแบบอธิบายไม่ได้
ถ้าเป้าหมายอยู่ที่สูง เมื่อยไหมที่จะแหงนหน้ามองอยู่ตลอดเวลา
(ลองดูว่าก้มหน้าลงมองพื้นกับแหงนหน้ามองฟ้า อะไรจะยากกว่ากัน) ไกลแค่ไหนที่จะไปถึง
ยังไงก็จะไปให้ถึง หรืออย่างน้อยก็จะไปให้ถึงที่สุด"เท่าที่เวลาของผมยังเหลืออยู่"
---->เรื่องอะไรก็ไม่รู้
บางคนพอถึงจุดหนึ่งก็จะนึกถึงหรือพูดคำว่า
เราทำดีที่สุดแล้วบางทีก็น่าจะยอมรับว่าเราทำได้เท่านี้
ตัวผมเองก็เช่นกัน ผมเคยคิดอย่างประโยคที่กล่าวมา แต่....
ตอนนี้ผมไม่ได้คิดเช่นนั้นอีกแล้ว คุณจะรู้ไหมว่า"เวลา"มันสำคัญขนาดไหน
เวลาที่พอจะมีอยู่ตอนนี้ทำให้ผมคิดว่า เราทำดีที่สุดแล้วหรอ
ผมยังมีเวลาอยู่บ้างนี่นาผมจะต้องทำต่อไป ต่อไปเรื่อยๆ อย่างไหนหล่ะถึงจะเรียกว่าดีที่สุด
สิ่งที่ตั้งใจทำมันต้องเป็นไปได้สิ ทำไม ผมต้องมาคิดว่าผมทำดีที่สุดแล้ว
ในเมื่อบางสิ่งมันสามารถที่จะเป็นไปได้อย่างแน่นอน อย่าเพิ่งยอมแพ้สิไม่ว่าจะใครก็ตาม
........................................สู้ด้วยกันนะ........................................
..........ให้กำลังใจคงจะไม่ได้เพราะพูดไม่เก่ง แต่"จะทำให้ดู จะทำให้เชื่อว่าเราทำได้"..........
---->ถึงบุคคลผู้ซึ่งอ่านตั้งแต่ต้นจนมาถึงบรรทัดนี้
ขอขอบคุณที่เข้ามาร่วมแบ่งปันความรู้สึกกับผม
และขอบอกว่ามีความอดทนจริงๆ . . . . . สวัสดี
ผักชีฝรั่ง รัมเรซิน และสีน้ำตาล..
15 septembre ฟรายเดย์ได้มาฟัง Friday อย่างเป็นเรื่องเป็นราวก็เพราะร้านก้อนอิฐนี่หล่ะมั้ง
ที่ทำให้ระลึกได้ว่าเพลงนี้มันคุ้นๆนี่นา...."นิดนึงพอ"
แล้วก็มาฟังใน doo-dd.com ที่จิงก็ไม่ได้ฟังทุกเพลงหรอกนะ
แล้วเมื่อไม่นานมานี้ก็ไปเจอ Blog ของคน คนนึงที่เรา search หาเพลง
เห็นมี list ชื่อเพลงอยู่ก็เลยเปิดฟังดู ปรากฎว่าติดใจซะละดิ
ทำนองของเพลงนี้มันชิวๆดี บวกกับน้ำเสียงเอกลักษณ์ที่ฟังแล้วเย็นๆดี
ก็เลยเอามาอัพลง space ในวันสุข (ศุกร์) ซะเลย
ทำงานมาได้ 4เดือนกว่าแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักที
บางทีก็รู้สึกเหนื่อยๆไม่อยากทำอะไรสักอย่าง ถึงขั้นคิดจะลาออก
แต่ก็นะ ขืนลาออกตอนนี้ก็ไม่มีอันจะเก็บ อันจะกินพอดีดิ
บางทีก็แบบรู้สึกขยันผิดปกติ ไม่เข้าใจตัวเอง แต่ที่แน่ๆตอนนี้งานยังชิว
เพราะทำโปรเจคเสร็จตั้งนาน AIS ก็เลื่อนกำหนดส่งอยู่นั่น
อยากที่จะทำอะไรสักอย่าง แต่อันที่จริงคงหลายๆอย่าง
อยากถ่ายรูป อยากซ้อมเปียโนให้มากกว่านี้ อยากออกกำลังกาย
อยากหางานที่................ช่างเหอะ เอาเป็นว่าสู้ต่อไปละกัน
แต่ที่แน่ๆคงไปบวช ถ้าเกิดไปบวชแล้วยังมีเงินเดือนนะ
เราก็คงจะอยู่จำวัดไปแล้วหล่ะมั้ง (พูดแบบนี้จะบาปไหมเนี่ยเรา)
มีอะไรจะโม้มากมายแต่พอเอาเข้าจริงๆก็กลายเป็นคนฟังทุกที
กลายเป็นพูดไม่ค่อยออกซะงั้น ทำไงให้คุยได้เก่งๆนะนี่....................
เอาหล่ะ ไว้ค่อยอัพใหม่ดีกว่า ตอนนี้ก็มาฟังเพลงกันเถอะ
----------------------------------------------------------------------------------------
ต่างคนต่างรอ
Artist : ฟรายเดย์(Friday) เรื่องเก่าๆซ้ำๆ คำถามเดิมๆซ้ำๆ
กี่ทีที่ถาม มันก็ยังเหมือนเคย
เพราะเธอจะตอบซ้ำๆ ในหัวใจเธอไม่มีฉันเลย
เธออยากจะรอแต่เขา
แต่ต่อให้ใจช้ำๆ ก็ยังอยากจะบอกซ้ำๆ
ให้คำทุกคำที่มีอยู่ข้างใน
คอยกล่อมใจเธอทุกครั้ง จนลืมเขาไป
จะนานแสนนาน นานเท่าไหร่
กว่าใจของเธอจะได้ลืมเขา
ถึงฉันได้แต่ยืน ...มอง มองเธอจากที่ไกล
ไม่อาจจะยืนเคียง ยืนอยู่ในหัวใจ
แต่ขอแค่ได้ยืนรอรอเธออยู่ได้ไหม
อาจจะมีวันใด ที่เธอจะมองฉันบ้าง
จะอีกนานแค่ไหน เธอก็อยากรอเขาใช่ไหม
จะทำอย่างไร ใจเธอก็ไม่ลืม
แล้วฉันจะรอเหมือนกัน
เพราะฉันก็ไม่อาจฝืน
ฉันเข้าใจ ความขมขื่น
จิตใจของคนที่คอยอย่างนี้ ถึงฉันได้แต่ยืน ...มอง มองเธอจากที่ไกล
ไม่อาจจะยืนเคียง ยืนอยู่ในหัวใจ
แต่ขอแค่ได้ยืนรอรอเธออยู่ได้ไหม อาจจะมีวันใด ที่เธอจะมองกลับมา ได้มองกลับมาที่ฉัน สักครั้ง
อยากให้เธอมองฉันด้วยหัวใจบ้าง
แล้วเธอจะเห็นภาพนั้น เห็นคนที่เขารอนั้น สะท้อนภาพสิ่งที่เธอเป็นอยู่ ฉันเข้าใจ ความขมขื่น
จิตใจของคนที่คอยอย่างนี้
ถึงฉันได้แต่ยืน ...มอง มองเธอจากที่ไกล ไม่อาจจะยืนเคียง ยืนอยู่ในหัวใจ แต่ขอแค่ได้ยืนรอรอเธออยู่ได้ไหม อาจจะมีวันใด ที่เธอจะมองฉันบ้าง ถึงฉันได้แต่ยืน ...มอง มองเธอจากที่ไกล
ไม่อาจจะยืนเคียง ยืนอยู่ในหัวใจ
แต่ขอแค่ได้ยืนรอรอเธออยู่ได้ไหม อาจจะมีวันใด ที่เธอจะมองฉันบ้าง .
.
.
.
ปล. ขอขอบคุณ Blog ของ ♫ หงส์ฟ้า~dreamily ♫ ที่ทำให้ได้ฟังเพลงเพราะๆและเพลงเก่าๆที่เราชอบ
(ที่จริงก็ไม่ได้รู้จักกันอ่านะ แต่ว่าเอาเนื้อเพลงเค้ามาลงก็ขอให้เครดิตไว้ ณ ที่นี้แล้วกัน . . . .ขอบคุณครับ)
11 septembre <------- ยื้อ ------->ก็เพราะเวลาที่ผ่านมา เธอได้ทำให้ชีวิตฉันมีคุณค่า
แต่เมื่อเวลาได้เปลี่ยนไป ใจของเธอก็เริ่มห่างออกไปช้า ๆ อยากจะมีคำบางคำ จะบอกกับเธอไม่ให้จากไป อยากบอกให้เธอได้รับรู้ว่าฉันนั้นรักเธอเท่าไหร่ แต่เวลามันยังเดินไปสู่ความจริงที่ปวดใจ อยากฉุดรั้งยั้งเอาไว้ ไม่อยากให้มันเดินไปจนนาทีสุดท้าย ฉันก็รู้สักวันต้องจบลง และชีวิตก็คงกลับเป็นเหมือนเก่า ยื้อฉันยื้อไม่ให้เธอจากไป จะฉุดรั้งเอาไว้ให้เธอไม่ไปจากเรา ทุกครั้งที่คิดจะตัดใจ ไปให้ห่าง ให้ชีวิตเธอได้เริ่มใหม่ ทุกครั้งฉันเองก็หนักใจ เมื่อตัวฉัน เมื่อใจฉัน ไม่ยอมรับ อยากจะมีคำบางคำ จะบอกให้เธอไม่จากไป อยากบอกให้เธอได้รับรู้ว่าฉันนั้นรักเธอเท่าไหร่ แต่เวลามันยังเดินไปสู่ความจริงที่ปวดใจ อยากฉุดรั้งยั้งเอาไว้ ไม่อยากให้มันเดินไปจนนาทีสุดท้าย ฉันก็รู้สักวันต้องจบลง และชีวิตก็คงกลับเป็นเหมือนเก่า ยื้อฉันยื้อไม่ให้เธอจากไป จะฉุดรั้งเอาไว้ให้เธอไม่ไปจากเรา
พยายามจะลืมเท่าไหร่ แต่ว่าใจมันยังไม่ยอมที่จะรับ ชีวิตของฉันมันหมดความหมาย จึงอยากขอให้เรา . . . . ขอร้องให้เรา . . . . เริ่มใหม่อีกครั้ง ฉันก็รู้สักวันต้องจบลง และชีวิตก็คงกลับเป็นเหมือนเก่า
ยื้อฉันยื้อไม่ให้เธอจากไป จะฉุดรั้งเอาไว้ให้เธอไม่ไปจากเรา
.
.
.
.
ให้เธอไม่ไปจากฉัน
----------------------------------------------------------------------------------------------
just wan'na PAUSE wan'na REWIND my LIFE
P.S. World Trade Center in da memory. 31 juillet be peaceful ?เมื่อวันเสาร์ที่ 29ก.ค. ที่ผ่านมา
มันเป็นวันหนึ่งที่จิตใจของผมได้พบกับ..
ความสงบที่สุขเลยหล่ะมั้งตั้งแต่เริ่มทำงานมา
นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจิตใจสงบในตอนที่อยู่คนเดียว
วันนี้ตื่นมาก็เกือบๆบ่ายสองโมงหล่ะมั้ง
เพราะว่าวันศุกร์ไปเถลไถลอยู่ร้านเกมถึงตีสี่ครึ่ง
แล้วค่อยกลับมาบ้านนอน
วันนี้แหละที่ผมตั้งใจว่าจะเริ่มทำสิ่งที่อยากทำให้สำเร็จ
"ผมจะหัดเล่นเปียโน"
ดังนั้นบ่ายสี่โมงกว่าก็เลยออกจากบ้าน นั่งรถไปบางรัก
ไปถึงราวๆห้าโมงนิดๆ เป้าหมายก็คือ "โบสถ์"
โบสถ์ในที่นี้ไม่ได้เหมือนกับที่ทุกคนเคยเห็นในโทรทัศน์
หากแต่เป็นโบสถ์ที่อยู่ในโรงเรียนสัจจพิทยา
พอเดินไปถึงหน้าโรงเรียนก็โทรหาน้องแพทปรากฎว่าไม่ได้รับสาย
ก็เลยคิดน้องแพทคงจะติดธุระก็เป็นได้ จากนั้นเลยเดินข้ามฝั่งไปโรบินสัน
เข้าแมคไปนั่งพัก นั่งกินกาแฟโฟลท แล้วลองโทรไปหาอีกรอบ
ปรากฎว่าน้องแพทรับสายจนได้แต่ว่าเหมือนจะติดธุระ
น้องแพทบอกว่าวันนี้มีกิจกรรมพิเศษลืมบอกไป
เดี๋ยวน้องแพทจะต้องขึ้นไปเล่นคีย์บอร์ดแล้ว เข้ามาดูไหม
เดินเข้ามาในโรงเรียนอยู่ห้องภาคเยาวชนอ่ะ
(ที่น้องแพทพูดก็ประมาณนี้หล่ะมั้ง)
ก็เลยตัดสินใจข้ามกลับไปอีกที ไปถึงก็ไม่รู้หรอกครับ
ว่าห้องอยู่ที่ไหน แต่พอจำได้ว่าที่เคยกลับด้วยกันน้องแพทเล่าว่า
โบสถ์ก็จะเป็นห้องอยู่ทางขวามือ ผมก็เลยเดินไปทางขวามือ
แล้วก็ได้ยินเสียงเพลง.........
เป็นเสียงเพลงที่คริสตจักรร้องเพื่อเป็นการสรรเสริญพระเจ้า
ผมไม่กล้าเปิดเข้าไปในห้องแฮะ ก็เลยหาเดินไปหาที่นั่งตรงอัฒจรรย์ใกล้ๆ
ดูเด็กเล็กๆวิ่งเล่นฟุตบอลกันในสนาม สายลมพัดมาเอื่อยๆ
บวกกับเสียงของเพลงที่ดังออกมาจากในห้อง ทำให้รู้สึกจิตใจเริ่มเย็น
มองเด็กๆที่เล่นกัน......อยากกลับไปเป็นเด็กจังเลยเนอะ
นั่งอยู่นานพอสมควร ก็มีคุณอาคนนึงเดินยิ้มแย้มเข้ามาทางผม
พร้อมกับทักทายว่าสวัสดีมาหาใครหรือเปล่า
"อ่อ เปล่าครับ" ปากตัวเองเกือบจะหลุดพูดออกไปว่า "มาหาความสงบ"ซะแล้ว
เค้าก็ถามอีกว่ามาจากโบสถ์ไหนหล่ะน้อง มีโปสถ์ประจำหรือเปล่า
"เอ่อ ไม่มีครับ"
วันนี้มีการบรรยาย(เทศน์)โดย อ.เข็มเพชร มาจากพะเยาโน่นแน่ะ
ท่านอาจารย์เค้าเทศน์เก่งนะ
"อืม ครับ"
จะเข้าไปข้างในด้วยกันไหมหล่ะ เข้าไปด้วยกันนี่แหละ
"เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกครับ"
ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ
แล้วคุณอาคนนั้นก็เดินไปพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส
ผมมีความรู้สึกว่า.....
ถ้าเกิดคนเราบนโลกนี้มีความยิ้มแย้มให้กันตลอดอย่างนี้ มันก็คงจะดีไม่น้อยเลย
ผมนั่งต่อไปสักพักเสียงเพลงก็หยุดลง
แล้วก็เห็นน้องแพทเดินออกมาจากประตู แล้ววิ่งไปอีกตึกนึงที่อยู่ข้างๆ
เอะ หาอะไรหรือเปล่านะ แล้วน้องแพทก็เดินลงมา
ตอนนี้ก็เลยได้เจอกันสักที เพราะว่าอัฒจรรย์ที่ผมนั่งอยู่ตรงข้ามกับตึกนั้นเอง
น้องแพทก็เลยมาชวนให้เข้าไปข้างในห้อง
ผมก็กลัวๆนะ เพราะว่าไม่ใช่อยู่ในคริสตจักร จะเข้าไปได้หรอ?
แล้วก็ตกลงใจเข้าไปในที่สุด
ได้เข้าไปนั่งฟังเทศน์ เนื้อหาไม่ขอเอ่ยถึงเพราะกลัวพูดผิด
หลังจากฟังเสร็จแล้ว ก็มาคิด ทำให้รู้ว่าแต่ละศาสนาก็มีจุดมุ่งหมายเหมือนกันจริงๆ
คือสอนทำให้คนเป็นคนดี เพียงแต่ว่าวิธีในการสอนของแต่ละศาสนานั้นต่างกันออกไป
ได้ฟังเทศน์แล้วเริ่มรู้สึกจิตใจสงบขึ้นไปอีก เนื้อหาคำสอนทำให้ได้คิดมากมาย
คิดดูแล้วตัวเองเหมือนเป็นคนนอกรีต จิตใจหาได้มีความสงบไม่
และคงไม่ผิดใช่ไหมที่ชาวพุทธจะเข้าไปฟังและร่วมพิธีกรรมของชาวคริสต์
เพราะอย่างน้อยผมก็ไม่ได้เข้าวัดมานานมากเลยหล่ะ
หลังจากเทศน์จบก็มีการร้องเพลง
พอเสร็จพิธีน้องแพทก็พาผมไปสอนเปียโน
ไม่อยากจะเชื่อว่าเล็บจะต้องตัดสั้นลงกว่านี้อีก
เพราะว่าเพิ่งตัดไปเมื่อก่อนออกจากบ้าน แต่พอได้รู้ถึงสาเหตุว่าทำไมต้องตัดเล็บสั้นก็เข้าใจ
ได้เรียนรู้ทฤษฎีของคีย์ต่างๆมากมาย ถึงขนาดที่น้องแพทบอกว่าจะงงหรือเปล่าเนี่ย
เพราะครั้งแรกก็สอนมาเยอะพอสมควร..... ยังไหวนะครับ
หลังจากนั้นก็หาไปหาข้าวเย็นกินกันในซอย
อ่อ ลืมไป....วันนี้ได้รู้จักกับคนในโบสถ์ที่เป็นเพื่อนน้องแพทด้วย (จะจำได้ไหมนะ)
กินข้าวเสร็จน้องแพทต้องเข้าไปซ้อมเพลงต่ออีก
ก็เลยถือโอกาส เข้าไปดูชาวคริสตจักรร้องเพลงกัน........
(ขอบคุณน้องแพทมากๆนะครับ แล้วจะไปรบกวนอีกบ่อยๆ)
C D E F G A B C
วันอาทิตย์ที่ 30ก.ค.
วันนี้ว่าจะไปโบสถ์อีก แต่ว่าตื่นไม่ไหวหลับยาว
ก็เลยตัดสินใจลงมือทำสิ่งที่คิดไว้อีกอย่างนึง ไม่งั้นไม่ได้เริ่มสักที
เหมือนเดิมเดินทางไปบางรัก
หลังจากเสร็จธุระก็ไป ม เพื่อหาเครื่องคอมใช้งานเพราะว่า....
วันนี้พี่ชายกลับมาบ้านไม่อยากเข้าไปใช้ เลยได้โอกาสเรียกมิงค์มาคุยโปรเจค
ไปถึงใช้คอมที่ภาคได้ไม่เท่าไหร่ ไฟดับซะงั้น หม้อแปลงระเบิดอีกหรือไง
เหมือนจะมาเก้อซะแล้ว เดินไปเดินมา ไม่มีอะไรทำ รอจนเบื่อไฟซ่อมไม่เสร็จสักที
นั่งอยู่หน้าภาคแล้วก็เจอมิงค์ เอา doc กับ file โปรเจค ที่ต้องแก้มาให้
มันเลยชวนไปหาคอมใช้ที่ CB2 ก็โชคดีที่มีเครื่องว่าง
เปิดงานที่ต้องแก้ให้ดู แล้วสักพักมันก็กลับ เพราะว่าติดธุระต่ออีก (ชิ่งมาว่างั้น?)
ก็เลยได้ชิวหาข้อมูลงาน แต่ไม่ค่อยมีสมาธิเลยให้ตายเหอะ
อยากให้ความรู้สึกเมื่อวานกลับมาจัง นั่งทำไปเรื่อยๆจนมีเด็ก IT หล่ะมั้ง
บอกว่าเดี๋ยวต้องปิดห้องละครับ เออ จะปิดแล้วหรอวะ
"ครับ เดี๋ยวขอ save file แล้วส่ง mail แป๊ปนึงละกันนะ"
วันนี้ชีวิตก็เริ่มจะวนเวียนกับความวุ่นวายอีกแล้ว........จิตใจของผม
วันนี้ได้น้องๆเจอมีแต่คนทัก....พี่บีม!
ไปทำไรมา? , ดูตัวใหญ่ขึ้นนะ?
เอ่อ......จะบอกว่าอ้วนขึ้นเลยก็ได้นะ ไม่รู้สึกอะไรหรอก เพราะมันจริง! 555+
เอ้อเกือบลืม วันนี้เจอพี่ขวัญ(02) มาถามถึงน้องแพท......
(ได้เริ่มคุยกับพี่เค้าก็เพราะน้องแพทนี่หล่ะมั้ง)
เอ่ะ โลกมันจะ....อะไรขนาดนี้นะ ทำไมผมถึงชอบเจอเหตุการณ์ที่มัน.....
จงใจ บังเอิญ หรือว่า โชคชะตานะ
C D E F G A B C
-'๑'- เขียนถึงคนบนฟ้า -'๑'-
เพิ่งรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ที่ต้องใช้ชีวิตลำพัง
ฟ้าทุกเช้าวันอ้างว้าง ตั้งแต่เธอจากไป
ชีวิตต้องเดินก็รู้ แต่ไม่รู้จะเดินเพื่อใคร
ดาวบนฟ้าคว้ามาได้ ใครจะร่วมชื่นชม
ยามค่ำคืนยังยืนมองขอบฟ้า
เธอสบตากับฉันบ้างหรือเปล่า
คิดถึงเธอ คนที่ดีที่สุด ถึงแม้ได้พูดในวันที่มันสาย
ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันไหม อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ
เพิ่งรู้ว่ากอดมันหวาน เมื่อเธอนั้นไปไกลลับตา
ใช้ทั้งสองมือไขว่คว้า คงไม่มีค่าใด
ห้องน้อยของเธอกับฉัน ที่วันนั้นมันดูแคบไป
เพิ่งจะรู้มันกว้างใหญ่ เกินจะนอนคนเดียว
.
.
.
.
ได้ยินไหม คิดถึงเธอ
มีคนถามว่าไปดูเรื่องนี้มาหรือยัง"โคตรรักเอ็งเลย"
ไม่กล้าดูอ่ะ เพราะรู้ว่าเข้าไปดูนี่น้ำตาไหลแน่นอน แล้วเข้าไปนั่งคนเดียวอีกนี่....
เพื่อนสนิทว่าจะซื้อ DVD มาดู แต่ยังทำใจไม่ได้เล้ย
ตอนแรกฟังเพลงนี้แค่ผ่านๆ แต่พอลองฟังเนื้อหาจริงๆ แล้วน้ำตาจะไหล
ทำไม.......
C D E F G A B C |
|
||||||
|
|